บทที่ 7 การิมในอดีต
ชีกห์การิมยังคงเก็บเอาเรื่องคาใจเกี่ยวกับเด็กคนนั้นแม้กำลังนั่งสังสรรค์ในงานเลี้ยงอยู่กับเหล่าทายาทผู้ปกครองรัฐในวัยไล่เลี่ยกัน
ภาพเด็กสาวในวัยสิบสามปีในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเลยเข่าอวดขาเรียวยาวขาวเนียนจนเขาเผลอเสียมารยาทมองค้างเติ่งจากชั้นล่าง จนลืมสนใจว่าเศษฝุ่นจากหน้าต่างบนชั้นสองจะหล่นลงมาโดนตัว
เธอกำลังก้าวขาขึ้นปีนโต๊ะใช้มือซ้ายยึดขอบหน้าต่างไว้ ส่วนมือขวากำลังปัดฝุ่นโดยไม่กลัวว่าตนเองจะพลัดตกลงมา
“มองอะไรอยู่คะ?”
“ออ พี่แค่ตกใจเด็กคนนั้นน่ะ เมื่อกี้เธอปีนขอบหน้าต่างด้วย”
อามีร่าเงยขึ้นไปมองด้านบนบ้านไม้ชั้นสอง ด้านล่างเปิดโล่ง เห็นใบหน้าเรียวรูปไข่โผล่มายิ้มทักทายเธออย่างเป็นมิตร เธอจึงยิ้มตอบพลางโบกมือทักทายเช่นกัน
“เธอชื่อนูรีนค่ะ เป็นลูกของน้องชายป้าสมพร บ้านอยู่หลังถัดไปนี่เอง อ้อ ชื่อนูรีนนี่คุณแม่เป็นคนตั้งให้เชียวนะคะ”
อามีร่า บินตีมุฮัมมัด น้องสาวของเขาอธิบายเสียงเจื้อยแจ้ว
ผู้เป็นพี่ชายแปลกใจว่าไปรู้จักกันตอนไหน “เราเพิ่งมาถึงได้สองวันรู้ขนาดนั้นแล้ว?”
“ก็นูรีนเธอน่ารักมากค่ะ เธอพอจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วยเราเลยรู้จักกันตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ”
“ออ อย่างนั้นหรือ”
“ทำไมคะ สนใจเธอหรือ?”
“เปล่า พี่แค่ถาม”
“ไม่เอาน่า พี่ชายของน้องแก้มแดง” เธอเดินตามหยอกเย้าพี่ชายที่กำลังแก้มแดงอย่างหนัก
“ชู่ว อย่าเสียงดังไปน่า” การิมยกนิ้วชี้แนบริมฝีปาก “แล้ว อืม เธออายุเท่าไหร่ล่ะ”
“สิบสามปีค่ะ” เธอชูสองมือขึ้นนับนิ้วแล้วอุทาน “โห อายุห่างจากพี่ชายเราตั้งสิบสี่ปีแน่ะ”
“เกี่ยวอะไรกับพี่กันเล่า เพ้อเจ้อน่า”
เขารีบเดินเลี่ยงน้องสาวออกไป สายตาสะดุดกับต้นกุหลาบพุ่มใหญ่ดอกสีแดงกำลังเบ่งบาน
แล้วเสียงเด็กสาวที่เขาแอบมองกำลังดังมาจากชั้นบน
“คุณอามีร่า” เท้าเรียวสวยวิ่งว่องไวลงบันไดอย่างชำนาญ
“นูรีน มานี่เร็ว” น้องสาวกำลังกวักมือเรียกให้เข้ามาหา ร่างใหญ่แทบหยุดหายใจเมื่อได้จ้องมองหน้าเธอใกล้ๆ
“นูรีน นี่พี่ชายเรา ชื่อการิม”
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อนูรีน”
ป้าสมพรทำงานรับใช้ที่บ้านมายาวนานจนสนิทสนมท่านอุมมูการิมเป็พิเศษ วันหนึ่งเธอขอลากลับมาเยี่ยมบ้านสองสัปดาห์ครอบครัวของเขาจึงถือโอกาสมาเที่ยวที่นี่ด้วยเพราะอยากเห็นความงดงามของทะเลใต้ที่ป้าเอาแต่บอกว่าหาดสวยทะเลใสงดงามงามเกินจะบรรยาย
นอกจากท้องทะเลที่นี่จะงดงามแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่งดงามยิ่งกว่า
นั่นคือเธอ เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยใบหน้าจิ้มลิ้มผิวขาวผาดผ่องดูน่ารักน่ามองไปเสียหมด เธอยืนอยู่ห่างเขาประมาณหนึ่งวา ความสูงแค่บริเวณอกเงยหน้าขึ้นสบตามองพร้อมพนมมือไหว้ทักทายเขา
“อื้ม” การิมยิ้มค้างจนน้องสาวเขย่าตัว
“โอ๊ะโอ พี่ชายเราเสียอาการซะแล้ว”
“บ้าน่า” มือใหญ่ยกขึ้นเกาท้ายทอย
..
“นี่”
ฮัสมินใช้แขนสะกิดเขาอีกครั้ง
“ห๊ะ?”
“ปกตินายไม่เคยเหม่อขนาดนี้เลย” ฮัสมินเปรยออกมาตามที่เห็น ชีกห์การิมจะเป็นคนที่นิ่งและมีสติสุดในกลุ่มสังสรรค์ แต่คืนนี้ไม่ใช่
เขาเอาแต่เหม่อจนน่าเห็นใจ
“ถ้าอยากดื่มวันไหน นายทักหาฉันได้ตลอดนะ”
“อืมฮื้ม” เขาตอบรับไปส่งๆ ในใจกำลังคิดสงสัยเกี่ยวกับตัวนูรีนไม่หาย
คาใจกับเด็กสาวผู้ก๋ากั่นในอดีต ที่โดนเขากระทำเหมือนกับว่าเป็นครั้งแรกของเธอ
เธอทิ้งดอกกุหลาบเขาไว้บนพื้นหญ้าอย่างไม่ใยดีแล้ววิ่งปรู๋ไปหาเด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันที่เร่งเครื่องมอเตอร์ไซต์รออยู่หน้าบ้าน ภาพเด็กสาวนุ่งสั้นกระโดดขึ้นรถไปในวันนั้นยังตราตึงในหัว
เสียงเธอเถียงกับแม่ที่เพิ่งกลับบ้านเอาตอนค่ำในชุดนักเรียนดังแว่วเข้ามาในสวนบ้านป้าสมพรตอนมื้อค่ำทำเอาเขาแทบกลืนอาหารไม่ลง
และครั้งสุดท้ายที่เจอเธอก่อนจากกันนานเจ็ดปีขณะนั่งรถเตรียมเดินทางกลับ เขาพบเธอโดยบังเอิญในช่วงเวลารถจอดติดไฟแดงด้วยกัน
นูรีนสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นเสื้อเอวลอยกำลังนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์แฟนหนุ่มหัวเกรียน
เธอไม่รู้ว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งมองอยู่หลังกระจกบานทึบภายในรถยุโรปคันหรูที่จอดติดไฟแดงอยู่ใกล้ๆ
แง้นน
แฟนหนุ่มบิดคันแร่งรถเสียงดัง มองซ้ายขวาก่อนขับผ่าไฟแดงออกไป
แถมมีรถกลุ่มเดียวกันขับผ่าไฟแดงตามไปเป็นพรวน ทุกคันจะมีสก๊อยสาวนั่งซ้อยท้ายกอดกันกลม
และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น
เขาได้แต่ส่ายหน้าเมื่อเห็นพฤติกรรมเด็กสาววัยสิบสามปี ได้แต่สังเวชในใจ พอเพื่อนสนิทอย่างชารีฟมาเจอพิษสาวไทยยิ่งรู้สึกแหนงหน่ายเข้าไปใหญ่ หรือจะเรียกว่ามีอคติและเกลียดเข้าไส้เลยก็ว่าได้
เธอยังบริสุทธิ์จริงๆหรือ?
“ไม่น่าเป็นไปได้”
“หา? ว่าไงนะ??” ฮัสมินสงสัย อยู่ๆการิมก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ฮัสมิน นิยามของคำว่าสาวไทยในความรู้สึกนายเป็นยังไง?”
คนถูกถามย่นคิ้วประหลาดใจกับคำถามแต่ยังกรอตาไปมาอย่างใช้ความคิด พอนึกถึงเรื่องอย่างว่ากับนางเอกสาวสวยคนนั้น ฮัสมินเป็นอันต้องยิ้มมุมปาก
“เงิน อ่อนหวาน และเซ็กส์” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ
